โครงการ “สินค้าเกษตรข้ามพรมแดน : ศึกษากรณีข้าวโพดข้ามพรมแดนที่เชียงของ – ห้วยทราย” โดย ผศ.ดร.จามะรี เชียงทอง

รศ.ดร.จามะรี เชียงทอง

บทคัดย่อ

ในยุคสงครามเย็นแห่งการเผชิญหน้ากันระหว่าง “โลกที่ 1” และ “โลกที่ 2” ซึ่งเป็นโลกอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกันระหว่างทุนนิยมและสังคมนิยม พรมแดนระหว่างสองอุดมการณ์ได้ถูกปิดลง แต่เมื่อชายแดนได้ถูกเปิดขึ้นอีกครั้งเมื่อโลกที่ 2 ยินดีเปิดประเทศของตนรับการลงทุนจากต่างชาติ พื้นที่ “ชายแดน” จึงกลายเป็นพื้นที่สำคัญที่จะต้องได้รับการจัดการ ให้ได้รับการเชื่อมโยงให้เป็นหน่วยการผลิตผืนเดียวกัน ดังนั้น กรอบคิดอย่างเช่น “สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ” ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงชายแดน 4 ประเทศ (คือ ไทยและลาวตอนเหนือ ตะวันออกของพม่า และตอนใต้ของจีน) จึงทำการเชื่อมโยงชายแดนเข้าด้วยกันภายใต้สัญลักษณ์สี่เหลี่ยมทางภูมิศาสตร์ ให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจเดียวกัน ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นการกำหนดขอบเขตพื้นที่ใหม่เพื่อทำการผลิตป้อนระบบทุนนิยมโลก


หลังปี พ.ศ. 2532 การพัฒนาการเกษตรในรอยต่อพื้นที่เชียงของ-เชียงแสน มีการขยายตัวของการปลูกข้าวโพด การขยายตัวของการปลูกข้าวโพดในฝั่งไทย ทำให้มีแรงงานรับจ้างหักข้าวโพดจากฝั่งลาวข้ามมารับจ้างหักข้าวโพดในฝั่งไทย ปี พ.ศ. 2548 พื้นที่ปลูกข้าวโพดในประเทศ มี 5.67 ล้านไร่ ลดเหลือ 5.14 ล้านไร่ ในปี 2549 และลดเหลือ 5.08 ล้านไร่ ในปี พ.ศ. 2550 กล่าวคือพื้นที่ลดลงเกือบ 6 แสนไร่ ใน 2 ปี (โดยที่ในปี 2528 ไทยเคยมีพื้นที่ปลูกข้าวโพดสูงสุดถึง 12.38 ล้านไร่) เนื่องจากเกษตรกรไทยหันไปปลูกพืชอื่นที่มีแนวโน้มราคาดีกว่า เช่น มันสำปะหลัง หรือยางพารา ในขณะที่พื้นที่แถบเชียงแสนเชียงของยังคงมีการปลูกข้าวโพดอยู่อย่างต่อเนื่อง


แม้เกษตรกรไทยโดยรวมจะปลูกข้าวโพดลดลงในทศวรรษที่ 2540 แต่การเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอาหารสัตว์ภายในประเทศทำให้ยังมีความต้องการข้าวโพดเป็นวัตถุดิบ ส่งผลให้พ่อค้าคนกลางเริ่มพยายามหาตลาดแหล่งผลิตใหม่ทางฝั่งลาว มาถึงประมาณปี พ.ศ. 2547 ผลผลิตทางฝั่งลาวมีเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การประกอบการของพ่อค้าชายแดนรายย่อยและรายใหญ่ทางฝั่งไทยเชื่อมโยงกับคนกลางที่เป็นตัวแทนอยู่ทางฝั่งลาว
สิ่งที่งานวิจัยชิ้นนี้ ต้องการนำเสนอกลไกในการเชื่อมโยงการผลิตทางฝั่งไทยให้ขยายตัวเข้าไปทางฝั่งลาว และพิจารณาความสำคัญของเส้นพรมแดน การสร้างกฎระเบียบทั้งสองฝั่งพรมแดนในฐานะกระบวนการสนองตอบ เอื้ออำนวย และโต้ตอบของผู้กระทำการในระดับต่างๆ ภายในพื้นที่ รวมทั้งนโยบายที่ถูกกำหนดกฎเกณฑ์มาจากนอกกรอบพื้นที่ในระดับรัฐและระดับเหนือรัฐ แต่มีผลกระทบต่อปฏิบัติการภายในพื้นที่